ดีเอโก้ มิลิโต้ ยอดกองหน้า อาร์เจนไตน์

BEOGAMING : หากจะพูดถึง โชเซ่ มูรินโญ่ สุดยอดกุนซือที่มีชื่อเสียงระดับโลก และ แฟนบอลทุกคนต่างรู้จักกันดีในฝีมือการทำทีม โดยเฉพาะกับการเฟ้นหา ตัวนักเตะเข้ามาเติมเต็มในแผนการเล่น เชื่อว่า ถ้าได้เลือกใครเองกับมือแล้วล่ะก็ นักเตะคนนั้น ต้องถือว่า ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

BEOGAMING : ดีเอโก้ มิลิโต้ ยอดกองหน้า อาร์เจนไตน์

BEOGAMING : ดีเอโก้ มิลิโต้ 1 ในกองหน้าที่ โชเซ่ มูรินโญ่ มีความชื่นชอบมากที่สุดคนหนึ่ง ตั้งแต่สมัยที่ค้าแข้งอยู่กับสโมสร เจนัว ซึ่งดีเอโก้ เป็นนักเตะที่มีทุกอย่าง

ในการเป็นกองหน้าที่สมบูรณ์แบบ และ โค้ชฟุตบอลทุกคนบนโลก ต่างต้องการ ไม่ว่าจะเป็น เทคนิคส่วนตัวที่เยี่ยมยอด การจับบอลแรกที่เชื่องเท้า การยืนตำแหน่งที่ดี ตลอดจนการจบสกอร์ที่เฉียบขาด

ดีเอโก้ มิลิโต้ เกิดเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ค.ศ. 1979 ที่ประเทศ อาร์เจนตินา เขาเริ่มค้าแข้งตั้งแต่อายุได้ 20 ปี ให้กับ ราซิ่ง คลับ สโมสรฟุตบอลประจำเมืองบ้านเกิด ในช่วงปี 1999 – 2003  

ในเวลานั้น ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม สำหรับตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า ทำให้ไม่นาน ความสามารถของเขา ก็ไปเตะตาแมวมองของสโมสร เจนัว ที่เล่นอยู่ในลีกรองของ อิตาลี

ภายใต้สีเสื้อของ เจนัว เจ้าตัวได้มีโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงในทันที และ มีโอกาสทำประตู ได้อย่างต่อเนื่องภายใน 2 ซีชั่น ยิงไปได้ถึง 33 ประตู ทำให้เริ่มมีชื่อเสียง จนเป็นที่ต้องการตัวของหลายสโมสรในฝั่งยุโรป

จนในปี 2005 สโมสร เรอัล ซาราโกซา ทีมในลีกสเปน ได้มีโอกาสคว้าตัว มิลิโต้ มาร่วมทัพ เพียงแค่ในฤดูกาลแรก ที่เจ้าตัวได้มีโอกาสลงสนาม ก็สามารถระเบิดฟอร์มเทพ 

ด้วยการยิงไปถึง 21 ประตู ถัดมาในฤดูกาล 2006 -2007 เจ้าตัวยังทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่อง ด้วยการยิงไปถึง 23 ประตู และ เป็นแค่รองดาวซัลโวของศึก ลาลีกา ในปีนั้น

มิลิโต้ อยู่รับใช้ ซาราโกซา 3 ฤดูกาล เนื่องจากในปีนั้น ทีมต้องตกชั้น ไปเล่นอยู่ในลีกรอง ทำให้ต้องกลับมาเล่นในกับสโมสร เจนัว อีกครั้งในปี 2008 ในขณะที่เจ้าตัวอายุ 29 ปี

การกลับมาครั้งนี้ กลายเป็นครั้งที่แจ้งเกิดของเขา อย่างแท้จริง ด้วยการลงเล่นเป็นกองหน้าตัวหลัก ในทุกเกม จบฤดูกาลยิงไป 17 ประตู พวงด้วยรางวัลดาวซัลโวสูงสุดใน ลาลีกา ลีก มาครอง ส่งผลให้ชื่อเสียงของเขา โด่งดังมากขึ้นกว่าเดิม

จนในปี 2009 อินเตอร์ มิลาน ภายใต้การคุมทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ ตัดสินใจทุ่มเงินจำนวน 22 ล้านยูโร คว้าตัว มิลิโต้ มาร่วมทีมด้วยความชอบเป็นการส่วนตัว ที่ชื่นชมในสไตล์การเล่นของเขาเป็นพิเศษ 

โดยมีนักข่าวเคยถาม มูรินโญ่ ว่า “ถ้าในฤดูกาลที่แล้ว มิลิโต้ ไม่สามารถทำประตูได้ อย่างถล่มทลาย คุณยังจะซื้อตัวเขามาร่วมทีมไหม” มูรินโญ่ ตอบกลับไปว่า “ต่อให้เขายิงไม่ได้เลยสักประตูเดียว ผมก็จะซื้อ”

มิลิโต้ ถูกดึงตัวมาแทนการจากไปของ ซลาตัน อิบราฮัมโมวิช ตัวรุที่ดีที่สุดของ อินเตอร์ มิลาน ในขณะนั้น  หลังจากนั้น มิลิโต้ และ ซามูเอล เอโต้ ก็สามารถเล่นเข้าขากันได้อย่างดี 

ทำให้ต่อมา ทั้งคู่สามารถยิงประตูให้กับ อินเตอร์ มิลาน ได้เป็นกอบเป็นกำ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งในลีก และ ในเวทียุโรป ด้วยการพาทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ ลีกมาครองอย่างยิ่งใหญ่

ในฤดูกาลนั้น ถือว่าเป็นปีที่ มิลิโต้ประสบความสำเร็จมากที่สุด ในการค้าแข้ง ด้วยการระเบิดฟอร์มยิงไปได้ถึง 30 ประตู และที่สำคัญที่สุด 

นั่นคือ การช่วยให้ทีมคว้า 3 แชมป์ ซึ่งประกอบไปด้วย แชมป์ เซเรียอา อิตาลี  – โคปปา อิตาเลีย – และรายการใหญ่ที่สุดอย่าง ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก อีกทั้งยังคว้ารางวัล สุดยอดนักเตะแห่งปีของ อิตาลี มาครอง 

ซึ่งไม่น่าแปลกใจเลยที่ตลอดระยะเวลา โชเซ่ มูรินโญ่ มักพูดอยู่เสมอว่า มิลิโต้ คือกองหน้าที่ดีที่สุดตลอดกาล นับตั้งแต่เขาทำทีมฟุตบอลมา

บทความจาก : BEOGAMING BEO777

mansblogs.net